ReadyPlanet.com
dot dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


การหมักดองยอดมันสำปะหลัง อาหารสัตว์ปรุงรสด้วยอีเอ็มเทคโนโลยี

ความหมายของการหมักดอง

การหมักดอง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการถนอมอาหาร ซึ่งการถนอมอาหารนี้มีการทำมานานตั้งในสมัยโบราณ  คือการหมักดองวัตถุดิบด้วยเกลือ   เพราะรสเค็มทำให้อาหารนั้นเก็บได้นาน   รสเปรี้ยวโดยการที่เชื้อ lactic acid bacteria  ช่วยเป็นสารเพิ่มรส (Flavouring agent )  เกลือเป็นตัวทำให้เกิดรสเค็มในอาหาร รสเค็มนี้จะสามารถไปลดความเปรี้ยวให้น้อยลง และเพิ่มรสหวานให้มากขึ้น  จะใช้องค์ประกอบส่วนใหญ่ที่มีในผัก ผลไม้ คือ คาร์โบไฮเดรทแล้วสร้างกรดแลคติค ซึ่งในการหมักดองนั้น ถ้านำอาหารนั้นไปแช่ในน้ำเกลือที่ความเข้มข้นประมาณ 4-8 % เชื้อ lactic acid bacteria ก็จะเจริญได้ ในขณะที่เชื้อจุลินทรีย์อื่นรวมทั้งจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการ ไม่สามารถเจริญได้   ดังนั้นกระบวนการหมักดองจึงเป็นการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้กินนาน    ไม่ให้ขาดแคลน  และยังเป็นการเพิ่มมูลค่า  เพิ่มคุณภาพให้อาหารมีความสะอาด  รสชาติอร่อยกลิ่นหอมกลมกล่อมขึ้น     จุลินทรีย์อีเอ็มคือกุลแจสำคัญที่จะทำให้กระบวนการหมักดีพร้อมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  วันนี้ผู้เขียนจะพาทำส้มผักจากยอดมัน- ใบมันสำปะหลังให้โค  กระบือกิน  ซึ่งรับรองว่าจะมีคุณภาพดีกว่าหมักดองด้วยเกลือกว่าในอดีตอย่างแน่นนอน...

วัสดุและคุณสมบัติใบมันสำปะหลัง

เมื่อกล่าวถึงใบมันสำปะหลังหรือยอดมันสำปะหลังเกษตรกรที่เคยเลี้ยงสัตว์ใหญ่ เช่น  โค  กระบือ  อาจจะร้องยี่ว่า ใช้ไม่ได้เพราะมีสารพิษลองนำมาเลี้ยงโค  หรือ  กระบือกินไม่ถึง 15 นาทีสัตว์นั้นจะเกิดอาการท้องอืดและตายด้วยเวลาอันรวดเร็วเป็นคำบอกกล่าวของผู้ที่เลี้ยงสัตว์   เคยเกิดจากประสบการณ์มาแล้วและเป็นบทเรียนที่ต้องจำฝังใจ ผู้เขียนเองขอกล่าว ในสิ่งที่ปฏิบัติมาแล้วและได้นำมาสอนให้กับนักศึกษาในรั้วสถาบันวิทยาลัยเกษตรและได้เคยนำมาปฏิบัติในการประกอบอาชีพส่วนตัวในการเลี้ยงสัตว์ว่า   ใบมันสำปะหลังหรือยอดมันสำปะหลังสดนั้นมีคุณค่าทางด้านโปรตีนนั้นสูงถึง 20-25   เปอร์เซ็นต์  แต่มีสารพิษไซยาไนด์สูง ถ้าไม่รู้จักวิธีการลดสารพิษดังกล่าวก็จะเกิดความเสียหายในการเลี้ยงสัตว์แน่นอน

ดังนั้นวิธีการลดสารพิษในใบมันสำปะหลังหรือส่วนที่จะนำมาเลี้ยงสัตว์ ต้องมีข้อมูลที่แน่ชัดและต้องเป็นผลงานทางด้านวิชาการ เป็นการปฏิบัติที่เห็นผลมาแล้วจึงจะสามารถตีแผ่หรือเผยแพร่ให้กับสาธารณะชนได้รับรู้เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากใบมันสำปะหลังสดได้อย่างจริงจัง     สามารถใช้ทดแทนการขาดแคลนอาหารหยาบในหน้าแล้งได้ผล   เมื่อในอดีตผู้เขียนเคยสอนและปฏิบัติด้วยประสบการณ์ตรงสมัยที่ดูแลศูนย์บำรุงพันธุ์สัตว์    การหมักดองยอดมันสำประหลังสด  คือการถนอมอาหารหยาบในหน้าฝนที่มีมาก   เพื่อเก็บไว้ให้โค  กระบือกินในหน้าแล้ง    โดยการหมักดองในสภาพไร้อากาศ  เพื่อเพิ่มคุณภาพของอาหารสัตว์ให้ดีขึ้น   ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์เลี้ยงโตเร็ว  ที่เป็นผลพลอยได้ติดตามมา 

ปัจจุบันได้เรียนรู้ถึงเทคนิคการใช้อีเอ็มเทคโนโลยีทำให้เข้าใจกระบวนการทำงานของจุลินทรีย์อีเอ็ม   ที่มีผลดีต่อการเจริญเติบโตของโค  กระบือ   ได้นำมาปฏิบัติเกิดเป็นองค์ความรู้ที่ได้ปฏิบัติและสะสมมาเป็นเวลากว่า  15 ปี    เมื่อประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการปลูกมันสำปะหลัง   มันสำปะหลังพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศมีพื้นที่ปลูกประมาณ 7,000,000  ไร่   มีปริมาณใบมันสำปะหลังที่ถูกเผาทิ้งปีละ  1,400 ล้านตัน เมื่อมีการปลูกมันสำหลังด้วยอีเอ็มเทคโนโลยี  เวลานี้ผลิตได้  20,000   กิโลกรัมต่อไร่และเป็นใบมันสำปะหลังสดประมาณ  2,000  กิโลกรัมต่อไร่ด้วย   ที่จะแปรรูปให้เป็นพืชอาหารสัตว์หลังการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง   ใบมันสำปะหลังสดจำนวนมหาศาลนี้ผู้เขียนนึกเสียดายที่เกษตรกรได้เผาทิ้งอย่างไร้คุณค่า  นอกจากหัวมันสำปะหลังจะนำไปขาย     ลำต้นขายเป็นต้นพันธุ์เพื่อปลูกปีต่อไปแล้ว   ใบมันสำหลัง  และยอดมันสำปะหลังแล้วให้นำมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ประเภทโค  กระบือ   หรือสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น  ประโยชน์จึงเกิดขึ้นกับเกษตรกรที่ปลูกมันอย่างมหาศาลตามมาด้วย   เมื่อผู้เขียนได้ตีแผ่การแปรรูปอาหารสัตว์จากยอดมันสำปะหลัง  ใบมันสำปะหลังออกไปแล้ว    อนาคตใบมันและยอดมันสำปะหลังจะมีคุณค่าเช่นเดียวกันกับหัวมันสำหลังทันที   เมื่อได้รับรู้ข่าวสารนี้แล้วทดลองลงมือปฏิบัติได้หลังการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น    

 

ประโยชน์และการนำไปใช้

ใบมันสำปะหลังรวมยอดและก้านใบมีโปรตีนรวมประมาณ  20- 25 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับปริมาณใบ ถ้าใบมากโปรตีนก็จะสูงตามไปด้วย ในใบมันยังมีสาร.  สารแคโรทีน   ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามินเอ และ กรดอะมิโนไลซีน ในระดับสูง   และมี สารแทนนิน  ที่มีคุณสมบัติในการเป็นยาถ่ายพยาธิอ่อนๆ  ช่วยลดพยาธิในระบบทางเดินอาหารทำให้โคมีสุขภาพดีขึ้น  ช่วยให้สัตว์ทนความเครียด    สร้างภูมิต้านทานสูงขึ้น  เมื่อนำไปเป็นอาหารสัตว์ ทำให้ระบบการขับถ่ายดี  สุขภาพของสัตว์ดี  เพราะกรดดังกล่าวในใบจะถูกจุลินทรีย์ย่อย        จากการศึกษาการใช้ใบมันสำปะหลังหมักอีเอ็มเป็นอาหารกระบือเพื่อทดแทนแหล่งโปรตีน พบว่าการเจริญเติบโต ปริมาณการกินได้ และประสิทธิ์ภาพการเปลี่ยนอาหารไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ หากพิจารณาถึงต้นทุนการผลิต    การใช้ใบมันสำปะหลังหมักเป็นแหล่งอาหารโปรตีนจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า      เนื่องจากใบมันสำปะหลังบางพื้นที่มีราคาถูกหรือบางพื้นที่เป็นผลพลอยได้ทางการเกษตรที่ไม่ต้องเสียเงินชื้อ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพซากแล้ว การใช้ใบมันสำปะหลังหมักอีเอ็มเป็นอาหารของโค  กระบือนั้น ทำให้เปอร์เซ็นต์เนื้อแดง    ความนุ่ม   และกลิ่นไม่แตกต่างกับอาหารสูตรทั่วไป     นอกจากนี้ยังพบว่า การใช้ใบมันหมักอีเอ็มเลี้ยงโคทำให้คุณภาพเนื้อตรงตามความต้องการของตลาด  คือ   จะทำให้สีของเนื้อเป็นสีแดงชมพู     มีปริมาณไขมันหุ้มซากและไขมันช่องท้องต่ำกว่าการใช้มันเส้นหรือกากแป้งมันที่ไม่ได้ผ่านการหมักดอง  คุณภาพเนื้อที่ได้มีคุณภาพดี   โดยเฉพาะที่เป็นโคลูกผสมสายเลือดยุโรปนำมาเลี้ยงเป็นโคขุน   เช่น   ลูกผสมพันธุ์ดล้ามัสเตอร์  พันธุ์ซาร์โลเลย์   จะมีไขมันแทรกที่กล้ามเนื้อ เนื้อนุ่มกรอบอร่อย    นิยมนำมาทำสะเต็ก

     การลดต้นทุนการผลิตเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการเลี้ยงโคกระบือหรือการทำปศุสัตว์ชนิดอื่นๆ  ถ้าเราสามารถลดต้นทุนในการผลิตลงได้ก็เท่ากับว่า เราจะได้รับกำไรเพิ่มมากขึ้น    คุณภาพชีวิตเกษตรกรก็จะดีตามไปด้วย    นอกจากนี้ควรมีการส่งเสริมการใช้ใบมันสำปะหลังหมักจุลินทรีย์อีเอ็มเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงโคกระบือในเขตพื้นที่ ๆ  มีการเพราะปลูกมันสำปะหลังมากๆ  เช่น ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ลดการนำเข้า วัตถุดิบจากภายนอก  ลดค่าขนส่งวัตถุดิบได้อีกทางหนึ่งและสร้างสิ่งที่เป็นวิกฤติให้เป็นโอกาส   เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร   และเป็นทางรอดให้กับราคาโคกระบือที่ตกต่ำในระยะนี้ด้วย

 

รูปแบบของการนำใบมันมาใช้

1.   ใช้ร่วมกับฟางข้าว นำใบมันสำปะหลังรวมยอดและก้านใบผึงแดดแห้งใช้เป็นแหล่งเสริมโปรตีนได้ดีโดยเฉพาะในหน้าแล้งที่หญ้าสดขาดแคลน โดยให้โคกินในตอนเช้า หรือในตอนเย็นก็ได้ให้กิน 1-2 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน

2.   นำใบมันมาป่นแล้วผสมลงในอาหารข้นใบมันสำปะหลังรวมยอด และก้านใบแห้งนำไปบดหยาบหรือบดละเอียด สามารถใช้เป็นวัตถุดิบโปรตีนผสมอาหารข้น หรืออาหาร TMR เลี้ยงโคได้เป็นอย่างดี โดยสามารถใช้ในระดับ 10-30 เปอร์เซ็นต์ในสูตรอาหาร

3.   มันสำปะหลังทั้งต้น หมายถึง หัว ต้นส่วนสีเขียวและใบ สามารถนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วถนอมไว้ในรูปของการหมักด้วยอีเอ็ม เพื่อเป็นการถนอมอาหารเสริมโคกระบือได้ดี และควรสับเป็นชิ้นยาวประมาณ 2-3 เมตรเพื่อความสะดวกในการอัดบรรจุในถุงหรือภาชนะที่มีฝาปิดหรือในท่อซีเมนต์ถ้าทำในปริมาณที่มากแล้วปิดทับด้วยพลาสติกคลุมให้มิตรชิดป้องกันอากาศเข้า

 

ข้อควรระหวัง

                ผู้เลี้ยงไม่ควรใช้ใบมันสำปะหลังหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบ ถึงแม้ไซยาในด์จะลดลงอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายแล้วแต่ถ้าให้โคกินใน ปริมาณมากวันละ 10-20 กิโลกรัม   โคก็จะได้รับอันตรายจากไซยาในด์ได้   ดังนั้นควรให้กินวันละประมาณ   4-5   กิโลกรัม ควบคู่กับอาหารหยาบเก็บใบมันหรือยอดมันที่ใช้ในการหมักควรนำไปลดความชื้นลงก่อนการหมัก  โดยการผึ่งให้แห้งลงเล็กน้อยหรือเติมวัตถุอื่นที่แห้งลงไปเพื่อช่วยดูดความชื้นถ้าหมักมีความชื้นสูงจะเป็นสภาพที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียพวกคลอสตริเดียม  (ciostridium  spp)  ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้ผลิตกรดบิวทีริคออกมามากในกระบวนการหมักไม่ต้องการให้เกิดกรดนี้

                การหมักดอง  เป็นการถนอมอาหาร  รสชาติที่ได้ลิ้มรสคงเป็นที่ประจักษ์  เป็นภูมิปัญญาทำต่อสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  เช่น  การหมักดอง  พืชผัก  ผลไม้  เนื้อสัตว์  เช่น  การทำน้ำปลา  ปลาร้า ปลาจ่อม ไข่เค็ม  ผักกาดดอง ซีอิ้ว  เต้าหู้ยี้  มะม่วงดอง  มะยมดอง  กระเทียมดอง   ส้มผักกาด  ส้มผักเสี้ยน  เหล้าสาโท  เบียร์  ไวน์  ฯลฯ       ถ้าท่านต้องการให้เกิดการหมักดองเพื่อการถนอมอาหารสำหรับมนุษย์ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น  ด้วยการเติมจุลินทรีย์อีเอ็มลงไปเหมือนกับหมักดองยอดมันสำปะหลังให้โคกระบือกิน   รับรองว่า  ท่านจะติดใจไม่ผิดหวังแน่นอน.....

 

 

 

หญ้าจะสดงดงามเพราะน้ำหยาด          คนฉลาดล้ำลึกเพราะศึกษา                                 

 หญ้าหยั่งรากหาน้ำฉ่ำชีวา                    คนต้องหาความรู้ไว้สู้งาน

 ทอแต่อย่าถอย                                            ล้มแล้วรีบลุก ทุกอย่างสร้างได้ด้วยมือเรา

 




กิจกรรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทำดีให้ลูกดู ปั้น EM บอล วันพ่อแห่งชาติ article
มันสำปะหลังพืชอาหารสัตว์ และ พืชพลังงานทดแทนในอนาคต
จุลินทรีย์อีเอ็มกับการเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น
การทำปุ๋ยหมัก 24 ชั่วโมง
โบกาฉิเศษอาหาร Kovit Model
การทำฮอร์โมนผลไม้ และ ฮอร์โมนจากเปลือกผลไม้ด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม
ทำฮอร์โมนธรรมชาติจากจุลินทรีย์อีเอ็ม
เห็ด กับ ต้นไม้ และ จุลินทรีย์อีเอ็ม
คู่มือชาวบ้าน:
การมีส่วนร่วมขับเคลื่อนธรรมาธิปไตยชุมชน
รักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยขยะอินทรีย์ Kovit Model
อาหารด้านชีวภาพคือความเป็นมหาอำนาจ article
อุดมการณ์สหกรณ์ VISSION เรารักอีเอ็ม อีเอ็มรักษ์โลก
ประโยชน์จุรินทรีย์-กับการปั้นจุรินทรีย์บอลล์
สำนึกรักบ้านเกิด ทางเลือกของนรินทร์
มหัศจรรย์กับอีเอ็ม น้ำซาวข้าวช่วยลดมลภาวะโลกร้อน
อีเอ็มเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน
จุลินทรีย์อีเอ็ม เพื่อการรักษาสุขภาพ
การปลูกข้าวไร้สารเคมี ด้วยอีเอ็มเทคโนโลยี
การใช้จุลินทรีย์ อีเอ็มแบบน้ำ และ การขยายจุลินทรีย์ อีเอ็มแบบน้ำ
ประวัติการค้นพบจุลินทรีย์ อีเอ็ม
ประวัติความเป็นมาเกษตรธรรมชาติ
ภูมิหลังการใช้อีเอ็มในประเทศไทย
โครงการใช้จุรินทรีย์EMเพื่อส่งเสริมการจัดการขยะต้นทางและการแปรรูปขยะอินทรีย์ เพื่อจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมฯ ในพื้นที่เกาะสมุย
การทำการเกษตรที่ยั่งยืน
การพัฒนาการเกษตรของมนุษยชาติ
ข่าวสาร



Copyright © 2012 All Rights Reserved.

บริษัท เกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำกัด ที่อยู่ :  เลขที่ 185/19 หมู่6 ตำบล : ทับกวาง อำเภอ : แก่งคอย จังหวัด :สระบุรี รหัสไปรษณีย์ : 18260 เบอร์โทร : 036-362072 มือถือ : 081-9489140, 082-3515201 เว็บไซต์ : http://www.nature-farming.com