ns

การใช้ EM แบบน้ำ/ แบบแห้ง

เทคนิคการใช้ EM กับพืช

การใช้ EM แบบน้ำ

การใช้ EM แบบน้ำ ครอบคลุมทั้ง EM หัวเชื้อ หรือ EM1 (อีเอ็มหนึ่ง), EM ขยาย รวมถึงการนำ EM ไปประยุกต์ใช้ด้วยกระบวนการหมักแบบน้ำ เพื่อใช้ในงานด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง การดูแลสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการผลิตน้ำหมักสำหรับใช้เป็นปุ๋ย ฮอร์โมนพืช หรือสารสำหรับดูแลพืชในรูปแบบต่าง ๆ

EM หัวเชื้อที่ได้รับจากบริษัทผู้ผลิตหรือแหล่งจำหน่ายโดยตรง และยังไม่ได้ผ่านการขยายหรือแปรรูปเพิ่มเติม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายลักษณะ โดยควรผสมตามอัตราส่วนที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทของงาน

สำหรับ การใช้กับพืช สามารถนำEM หัวเชื้อมาผสมน้ำในอัตราส่วนประมาณ 1:500–1,000 เพื่อใช้รดหรือฉีดพ่นบริเวณพืชและดิน และอาจผสมร่วมกับกากน้ำตาลในอัตราส่วนประมาณ 1:1:500–1,000 โดยความถี่ในการใช้งานแตกต่างกันตามชนิดของพืช เช่น ผักอาจใช้ประมาณทุก 3 วัน ไม้ดอกประมาณสัปดาห์ละครั้ง และไม้ยืนต้นประมาณเดือนละครั้ง ทั้งนี้ควรปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของพืชแต่ละชนิด

ในด้าน ปศุสัตว์ EM หัวเชื้อสามารถนำไปผสมในอาหารในอัตราประมาณ 1 ช้อนต่ออาหาร 1 กิโลกรัม หรือผสมในน้ำสำหรับสัตว์ในปริมาณประมาณ 1 ช้อนต่อน้ำ 1–50 ลิตร นอกจากนี้ยังสามารถเจือจางกับน้ำในอัตราส่วนประมาณ 1:100–500 เพื่อใช้ฉีดพ่นหรือล้างบริเวณคอก ช่วยดูแลสภาพแวดล้อมและลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

สำหรับ การประมงและการดูแลบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถผสมEM หัวเชื้อกับอาหารในอัตราประมาณ 1 ช้อนต่ออาหาร 1 กิโลกรัม รวมถึงใช้ในการเตรียมและดูแลสภาพน้ำในบ่อ โดยเจือจางกับน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสม เช่น ประมาณ 1:500–2,000 หรือใช้อีเอ็มประมาณ 1 ลิตรต่อน้ำ 20 ลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ่ออย่างสม่ำเสมอ

ด้าน สิ่งแวดล้อมและการจัดการกลิ่น สามารถนำEM หัวเชื้อมาเจือจางในอัตราส่วนประมาณ 1:100–500 แล้วนำไปสาด พ่น รด หรือราดบริเวณที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ส่วนการดูแลน้ำเสียและกองขยะสามารถปรับอัตราส่วนการใช้งานให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำหรือวัสดุที่ต้องการจัดการ เช่น การเจือจางประมาณ 1:500–1,000 สำหรับฉีดพ่นกองขยะ เพื่อช่วยควบคุมกลิ่นและส่งเสริมกระบวนการย่อยสลายของอินทรียวัตถุ

ในครัวเรือน EM แบบน้ำยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ เช่น เจือจางสำหรับฉีดพ่นบริเวณที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ใช้ราดบริเวณท่อระบายน้ำหรือห้องน้ำ รวมถึงใช้ในงานทำความสะอาดบางประเภท โดยควรเลือกอัตราส่วนและวิธีใช้งานให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์

นอกจากการใช้งานโดยตรงแล้ว อีเอ็มหนึ่งยังเป็นหัวเชื้อสำคัญสำหรับการหมัก ทั้งในรูปแบบน้ำและแบบแห้ง เพื่อนำไปผลิตเป็น EM ขยาย น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ย หรือผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้กับพืชและการจัดการอินทรียวัตถุในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้สามารถประยุกต์ใช้ EM ให้เหมาะสมกับลักษณะงานได้หลากหลายมากขึ้น

EM ขยาย

เป็นการนำ EM1 มาขยายให้ได้จำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยการ เพิ่มน้ำและอาหารของจุลินทรีย์ คือ กากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง หรือ น้ำตาลสีรำ หมักในเวลากำหนด 

ส่วนผสม

  1. EM 1 ส่วน
  2. กากน้ำตาล 1 ส่วน
  3. น้ำสะอาด 20 ส่วน

ส่วน ยึดตามภาชนะที่ใช้หมักขยาย เช่น ถ้าภาชนะจุ 1 ลิตร ก็จะใช้ EM และ กากน้ำตาล อย่างละ 5 ช้อนแกง (50 ซีซี) น้ำบรรจุเต็ม เป็นต้น

วิธีทำ ในภาชนะมีความจุ 1 ลิตร หรือ 1.25 ลิตร

  • EM 50 ซีซี (5 ช้อนแกง)
  • กากน้ำตาล 50 ซีซี (5 ช้อนแกง)
  • น้ำสะอาดบรรจุเต็ม

วิธีหมัก

  • เก็บไว้ในที่ร่ม เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน นำไปใช้ได้
  • ระยะการใช้ - ถ้าเปิดใช้แล้ว ควรใช้ให้หมด ภายใน 7 วัน
  • ถ้าใช้ครั้งเดียวหมด ควรใช้ให้หมดภายใน 30 วัน

วิธีใช้

ใช้เหมือน EM 1 ยกเว้นเรื่องต่อไปนี้ใช้ EM1 เท่านั้น

  1. การผสมน้ำฉีดพ่นในครัวเรือน
  2. การใช้รักษาโรคสัตว์
  3. การผสมน้ำให้สัตว์กิน
  4. การหมัก

หมายเหตุ น้ำต้องสะอาด ไม่มีคลอรีน ภาชนะที่ใช้หมักต้องปิดแน่นได้ ไม่แตกง่าย ฝาควรเป็นฝาเกลียว

การใช้ EM แบบแห้ง

การใช้ EM แบบแห้งหมายถึงการนำอินทรียวัตถุที่ามารถย่อยสลายได้ ที่แห้งและละเอียดมาหมักด้วย EM แล้ววนำไปหมักระยะเวลาที่เหมาะสมก็จะสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ย ในลักษณะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ คือมีพลังทั้งอินทรีย์และจุลินทรีย์ในปุ๋ยหมัก มีชื่อเฉพาะว่าโบกาฉิ ซึ่งมีความหมายว่า 

"การหมักอินทรียวัตถุด้วย EM" อินทรียวัตถุที่นำมาหมักดังนี้ คือ

        1. ประเภทมูลสัตว์แห้ง เช่น มูลไก่ สุกร โค กระบือ ค้างคาว ช้าง ม้า ฯลฯ

        2. ประเภทวัชพืชป่น  เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ หญ้า ฟาง (ป่น) ฯลฯ

        3. ประเภทเศษเหลือจากโรงงาน  เช่น เปลือกมัน กากปาล์ม กากอ้อย ฯลฯ

        4. ประเภทเศษจากแปลงเกษตร เช่น กากถั่ว เปลือกถั่ว ต้นข้าวโพด ใบอ้อย ฯลฯ

        5. ประเภทขยะแห้งที่ย่อยสลายได้ทั้งกระดาษ ใบตอง เศษไม้ ฯลฯ

การหมักแห้งทุกอย่าง ต้องแห้งและป่นละเอียดพอสมควร เพื่อสะดวกต่อ การผสมให้มีความชื้นทั่วถึง จึงจะสามารถทำให้มี EM ณ จุดนั้นๆ ก็จะได้ผลดี

ปุ๋ยแบบแห้ง สามารถทำได้หลายรูปแบบ ขอยกตัวอย่างบางส่วน เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้กับอินทรียวัตถุต่างๆ ที่มีคือ EM โบกาฉิมูลสัตว์

EM โบกาฉิมูลสัตว์ ใช้เป็นปุ๋ยพืช เป็นอาหารสัตว์ บำบัดน้ำเสียได้โดย การนำมูลสัตว์แห้งป่นละเอียด มาผสมกับแกลบและรำละเอียด แล้วหมักด้วย EM ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ส่วนผสม

ส่วนที่ 1:

  • มูลสัตว์ 1 ส่วน (ตวง)
  • แกลบดิบ 1 ส่วน (ตวง)
  • รำละเอียด 1 ส่วน (ตวง)


ส่วนที่ 2 :

EM + กากน้ำตาล + น้ำสะอาด อัตราส่วน 1:1:100-1:1:200

ตัวอย่าง บัวรดน้ำ ความจุ 10 ลิตร ใส่น้ำพอดี

  • ใส่ EM 5-10 ช้อนแกง (50-100 ซีซี)
  • ใส่กากน้ำตาล 5-10 ช้อนแกง (50-100 ซีซี) 

วิธีทำ

  1. ผสมมูลสัตว์กับแกลบเข้าด้วยกัน
  2. นำน้ำผสม EM + กากน้ำตาล มารด คลุกให้เข้ากันโดยทั่ว
  3. ความชื้น 50% (ชื้นพอหมาดๆ กำดู บีบให้แน่น จะเป็นก้อนหลวมๆ ทิ้งจะแตกกระจาย หากแห้งมากก็เพิ่มน้ำ หากแฉะมากก็ต้องเพิ่มวัสดุ)
  4. หากความชื้นไม่พอ น้ำหมดบัว ก็ผสมใหม่จนกว่าจะเพียงพอ
  5. นำรำละเอียดเข้าผสม คลุกให้เข้ากัน (ไม่เพิ่มน้ำอีก)
  6. นำไปหมัก

วิธีหมัก

การหมักที่ดีที่สุด คือ สัมผัสอากาศน้อยที่สุด ไม่ถูกแดด ถูกฝน ไม่เกิด ความร้อนสูงเกินไป
จึงหมักได้หลายวิธี แต่วิธีที่จะแนะนำ และเป็นที่นิยมในปัจจุบันที่ง่าย และได้คุณภาพดี คือการบรรจุกระสอบ

  • บรรจุ 2 ใน 3 ของถุง แล้วมัดปากถุง (สุดปลายปาก)
  • ล้มถุง กระจายส่วนผสมให้ทั่ว วางราบ กับพื้น หนาไม่เกิน 15 ซม. หรือ 1 คืบ
  • นำวางบนไม้ 2 ท่อน เรียงกัน หาก ไม่หมด ก็วางซ้อนโดยมีไม้ขั้นไว้เป็นชั้นๆ ประมาณ 3-4 ชั้น
  • ถ้ามีเวลาหลังหมักไว้ 24 ชั่วโมง ควรกลับถุงสักครั้ง ปุ๋ยจะไม่เป็นก้อน และมีคุณภาพดีทั่วถุง
  • หมักไว้ประมาณ 7-10 วัน นำไปใช้ได้ ถ้ายังไม่ใช้ก็หมักไว้เช่นนั้น 3-4 เดือน

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล

บริษัท เกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำกัด

Line: เกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โทรศัพท์: 081-948-9140 , 082-3515201

 

 

Visitors: 202,251
ns